นสพ.กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ http://www.bangkokbiznews.com/2008/03/17/WW71_7104_news.php?newsid=236286
| 17 มีนาคม พ.ศ. 2551 05:00:00 | |
|
|
เพราะบรรยากาศเลียนแบบได้ แต่สิ่งที่เป็น Core Value อย่างคุณภาพของเครื่องดื่ม และการบริการที่ดีจากพนักงาน ไม่สามารถปฏิบัติตามกันได้ง่ายๆ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : วันนี้ของสตาร์บัคส์จึงขอย้ำความต่างทั้งในเรื่องเครื่องดื่ม และบริการ ภายใต้กลยุทธ์ Coffee Passion เพื่อสร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้กับลูกค้าทั้งภายในร้าน และที่บ้าน
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจกับการกลับเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอสตาร์บัคส์อีกครั้งของโฮเวิร์ด ชูลซ์ ผู้ก่อตั้งร้านกาแฟที่มีรากฐานอยู่ ณ เมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา และทันทีที่ได้รับตำแหน่ง โฮเวิร์ดก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า แนวทางการทำธุรกิจของสตาร์บัคส์นับจากนี้ไปจะหันกลับมาโฟกัสที่ “ลูกค้า” เป็นหลัก หลังจากที่อาจละเลยไปบ้างจากแนวทางการบริหารของซีอีโอคนก่อน
แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจครั้งนี้ส่งผลไปยังสตาร์บัคส์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ร้านกาแฟแห่งนี้ได้เข้ามาเปิดให้บริการเป็นเวลากว่า 10 ปี และปัจจุบันมีสาขามากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ Coffee Passions คือ กลยุทธ์ระยะยาวของสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ที่สะท้อนออกมาจากแนวคิดของซีอีโอคนใหม่ ความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ หรือ Coffee Passion ประกอบด้วย การให้บริการเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมจากทั่วมุมโลก ความรักและความเชี่ยวชาญในกาแฟของบาริสต้า และการรับซื้อเมล็ดอย่างมีความรับผิดชอบต่อชาวไร่กาแฟ สุมนพินทุ์ โชติพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ความเชี่ยวชาญด้านกาแฟของสตาร์บัคส์ เป็นจุดเด่นที่ทำให้สตาร์บัคส์แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และทำให้แบรนด์รักษาความเป็นผู้นำในตลาดกาแฟพรีเมียมไว้ได้ “การที่เรานำความเชี่ยวชาญด้านกาแฟมาพูดในครั้งนี้ ไม่ใช่แคมเปญทางการตลาดรูปแบบใหม่ หากแต่นี่ คือ รากแก้วของธุรกิจสตาร์บัคส์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาจุดเด่นตรงนี้อาจไม่ชัดเจน โดยในปีนี้เราต้องการสื่อสารเพื่อตอกย้ำให้กับลูกค้าของเราทั้งเก่าและใหม่ มั่นใจถึงคุณภาพระดับพรีเมียมและความพิเศษของกาแฟสตาร์บัคส์ทุกแก้วที่ลูกค้าได้ควักกระเป๋าจ่ายออกไป และเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างร้านกาแฟ” เพราะบรรยากาศลอกเลียนแบบกันได้ง่าย แต่หากต้องการก๊อบปี้ตัวตนของสตาร์บัคส์คงทำได้ยาก ดังนั้น สิ่งที่สตาร์บัคส์ต้องการชูจุดเด่นมากที่สุดท่ามกลางองค์ประกอบอื่นๆ ใน Coffee Passions คือ พนักงานในระดับคอฟฟี่มาสเตอร์ หรือบาริสต้าผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านกาแฟ ซึ่งสุมนพินทุ์เชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่คิดเลียนแบบกันได้ หน้าที่หลักของคอฟฟี่มาสเตอร์ คือการทำ Coffee Tasting หรือการทดลองชงชิมกาแฟให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่สตาร์บัคส์ทำมาตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ แต่ไม่เคยพัฒนาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความแตกต่างในแง่ประสบการณ์มาก่อน การทำ Coffee Tasting นอกจากเป็นการนำเสนอสินค้าที่มีอยู่อย่างหลากหลายของสตาร์บัคส์ผ่านกาแฟที่ให้บริการชิมฟรีแล้ว ยังเป็นวิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าอีกช่องทางหนึ่ง โดยคอฟฟี่มาสเตอร์เปรียบเหมือนสื่อโฆษณาที่สะท้อนตัวตนของสตาร์บัคส์ออกมา และส่งต่อมายังบรรดาคนรักกาแฟ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการทำ Coffee Tasting และกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะกลายเป็น Opinion Leader หรือผู้นำทางความคิด ที่ช่วยส่งต่อประสบการณ์ระดับพรีเมียมในรูปแบบสตาร์บัคส์ให้กับคนรอบข้างต่อไป ข้อความที่สตาร์บัคส์ตั้งใจสื่อสารผ่านยังคอฟฟี่มาสเตอร์กับการทำ Coffee Tasting ไม่เพียงแต่ต้องการชักชวนให้คนหันมาทานเมนูกาแฟอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ลาเต้ หรือคาปูชิโน่ ภายในร้านมากขึ้น แต่สตาร์บัคส์ยังมองไปถึงก้าวถัดไปกับการให้ลูกค้าเริ่มต้นสร้างประสบการณ์แบบสตาร์บัคส์ที่บ้านของลูกค้าเอง “Coffee Tasting ไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์กับเครื่องดื่มใหม่เท่านั้น แต่ลูกค้าจะได้พบประสบการณ์ใหม่กับขั้นตอนการชงกาแฟของสตาร์บัคส์ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ที่บ้าน ซึ่งเป็นขั้นต่อไปที่เราอยากเห็นลูกค้าหันมาชงกาแฟที่บ้านกันมากขึ้น ทั้งประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่ได้รับจากที่ร้าน หรือจะเป็นที่บ้าน เราอยากให้เกิดขึ้นทั้งคู่ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการบริโภคกาแฟในเอเชียให้สูงขึ้น” ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการบริโภคกาแฟของไทยเพิ่มขึ้นจาก 4 แก้ว เป็น 6 แก้ว แน่นอนว่าร้านกาแฟมีผลอย่างมากกับการปริมาณการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และผลวิจัยของสตาร์บัคส์ที่ออกมาก็พบว่าส่วนใหญ่คนไทยนิยมทานกาแฟนอกบ้าน ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของสตาร์บัคส์ในครั้งนี้นอกจากคาดหวังว่าจะช่วยสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้น 17% แล้ว จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ปริมาณการทานกาแฟเพิ่มขึ้นเป็น 8 แก้วภายใน 5 ปีข้างหน้า