<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>
<channel>
	<title>Comments for 9marketing's Weblog</title>
	<atom:link href="http://y5marketing.wordpress.com/comments/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://y5marketing.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<pubDate>Sun, 07 Sep 2008 15:48:41 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=MU</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>Comment on การจัดการดุษฎีบัณฑิต : Blue Ocean ของ ม.ราชภัฏสวนดุสิต by 9marketing</title>
		<link>http://y5marketing.wordpress.com/2008/01/21/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-blue-ocean/#comment-14</link>
		<dc:creator>9marketing</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2008 14:30:21 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://y5marketing.wordpress.com/2008/01/21/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-blue-ocean/#comment-14</guid>
		<description>เรียน น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์
1.เรื่องการยอมรับ ป.เอก ในเมืองไทย สำหรับยุคปัจจุบันนี้ ผมเห็นว่า
      มหา'ลัย นั้นเป็นเพียงช่องทางในการที่ให้เราได้เข้าไปค้นหา และพัฒนาความรู้ เก่ง ดี  มีศักดิ์ศรีมากน้อยเพียงใด นั้นจะขึ้นอยู่กับ
    ประการแรก ประธานโครงการเป็นใคร มีชื่อเสียงมากน้อยแค่ไหน สำหรับที่ผมได้เรียน กับ รศ.ดร.เสรี วงษ์ฆณฑา ประธานโครงการหลักสูตรการจัดการดุษฎีบัณฑิต ทำให้ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมได้รับความรู้
      และสิ่งที่ท่านให้และดูแลตลอดหลักสูตร ผมเชื่อว่า รุ่นผมสุดยอดที่สุดแล้วในทัศนะผม
   ...ผมได้เรียนรู้ด้านการตลาดจากท่าน อจ. ซึ่งเป็นสุดยอดของเมืองไทย  (คนที่ จบ ป.เอก ด้านการตลาดจากเมืองนอก ยังสู้ท่านไม่ได้เลย)
   ...ทางหลักสูตร ได้นำ เราให้ได้ไปเพิ่มความรู้ "ด้านกลยุทธ และ การตลาด" ที่
 Hass School of Business, UC Berkeley 
   ...ผมยังได้มีโอกาส ไปศึกษาที่  University of Queensland อีกเกือบ  1 เดือน
   ทั้งหมดนี้ คงหายากมากสำหรับการเรียน ป.เอก ในเมืองไทย
  ประการที่สอง  ผมว่าทั้งหมดแล้วอยู่ที่ตัวเราครับ
       เมื่อเราจบ ป.เอกมาแล้ว เราดำรงตนอย่างไร เช่น
  ...เราถูกสอนให้ออกมายื่นแถวหน้าของสังคม และชี้นำด้านองค์ความรู้ให้กับสังคมและประเทศชาติ
  ...เราต้องแตกต่างจากคนอื่น ในระดับเดียวกัน หรือ เหนือกว่า โดยชนะด้วยความรู้อย่างสร้างสรรค์  และยอมไม่ได้ทางวิชาการที่จะ นำเสนออะไรก็ตาม ที่ไม่ถูกต้อง
  ...จะต้องมีผลงานอย่างต่อเนื่อง และ ล้ำหน้าอยู่ตลอดเวลา ในสิ่งที่คิด ทำ หรือ นำเสนอความคิดเห็นใด ๆ ก็ตาม

2.การเรียน ป.เอก มหา'ลัย รัฐ กับเอกชนต่างกันอย่างไร
  อย่างแรก ถ้าเรียน มหา'ลัยรัฐ จะดีตรงที่ หลักสูตรถ้าได้การรับรองมาตรฐาน จะเทียบและตีค่าวุฒิโดยอัตโนมัติ จาก สำนักงาน กพ.
   ถ้า ม.เอกชน หาก ยังไม่มี น.ศ.จบ  จะได้รับรองเฉพาะหลักสูตร แต่การตีค่าวุฒิ ต้องให้ สำนักงาน กพ.มาตีค่าภายหลัง อาจจะมากน้อยแล้วแต่ รุ่นแรกที่จบว่า "กึ๋น" ดีแค่ไหน

3.การเรียน ป.เอก ในบ้านเรามี 2 แบบด้วยกันคือ
  แบบแรก เน้นการเรียน และการทำ Dissertation ซึ่งมีข้อดีคือได้มาทบทวนความรู้และเสริม
สิ่งใหม่ ๆ ให้ทันกับวิทยาการด้านความรู้ในสาขาที่เรียน  2-3 ปีจบ
  แบบสอง เน้นวิจัยอย่างเดียว คือ มุ่งการทำวิจัย หรือ dissertation เพื่อจบ ลักษณะนี้ต้องคนที่มีพื้นฐานด้านวิจัยเข้มแข็ง คือ ป.โท ทำวิทยานิพนธ์ และ หลังจากจบ ได้ทำงานวิจัยมาตลอด ถ้ามาเรียนต่อจะดีเลย กี่ปีจบไม่แน่นอน แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี

  -ถ้าเรียน ป.โท แบบไม่ทำวิจัย มาเรียนทั้งแบบ แรก หรือ แบบที่สอง โอกาสจบอยู่ที่ต้องขยันด้านวิจัยมาก(ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย) ถ้าทำได้ก็จะจบได้ใน 3 ปี
  -ถ้าพื้นวิจัยไม่มีเลยไปเรียนแบบ สอง โอกาสจบยาก และจะต้องถูกให้เรียน สถิติ และวิจัยเพิ่มซึ่งไม่ช่วยมากนักเพราะจะไม่จบก็ที่ให้เรียนเพิ่มนี่ละครับ (เกิดขึ้นมาแล้ว สำหรับมหา'ลัย ที่เปิด ป.เอก แบบนี้โดยที่หลายคนเข้าใจว่า ไม่ต้องเรียนอะไร ทำวิจัยอย่างเดียว น่าจะดี -ไม่จบจบ เกิน 50% ครับ)
  แต่ถ้าพื้นฐานดี ทั้งด้านการวิจัย และ สาขาความรู้ที่จะเรียนเช่น การจัดการธุรกิจ โอกาสจบสูง
  -ป.เอก ..จบ หรือ ไม่จบอยู่ที่ 2-3 คน ครับ คือ 1. ผอ.หลักสูตร(ไม่สามารถเลือกได้) และ อ.ที่ปรึกษา ถ้าเลือกผิด โดยเฉพาะที่ปรึกษาและ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่จบมานักต่อนักแล้ว
   "เนื่องจากต้องการโชว์ออฟ ว่าเก่งเราเลย "ซวย" มาตีเราในตอนสอบตัวเล่ม Dissertation "

4.คำถามข้อ3 อยู่ที่ตัวเราครับ เด่น ดัง แค่ไหน ถ้ามีชื่อมาก่อน ก็สบายหายห่วงไม่ต้องแย่งกับใคร เพราะมีแต่คนอยากได้

5.ค่าเรียนโดยเฉลี่ย ผมว่าตลอดหลักสูตรน่าจะประมาณ 1.5 ล้าน บาท (3 ปี)

 สำหรับ ท่านแล้วผมว่า พื้นฐานน่าจะ OK. นะครับ
เพียงแต่ไม่ทราบอายุเท่านั้น  อายุน้อย จะดีครับ เช่น อายุ 35 ปี เพราะ  ความจำยังดีอยู่ แต่ อายุ 50 ปี ไปแล้ว ความจำจะดูช้าลง แรงสู้ก็จะน้อย

ดร.ดนัย  เทียนพุฒ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรียน น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์<br />
1.เรื่องการยอมรับ ป.เอก ในเมืองไทย สำหรับยุคปัจจุบันนี้ ผมเห็นว่า<br />
      มหา&#8217;ลัย นั้นเป็นเพียงช่องทางในการที่ให้เราได้เข้าไปค้นหา และพัฒนาความรู้ เก่ง ดี  มีศักดิ์ศรีมากน้อยเพียงใด นั้นจะขึ้นอยู่กับ<br />
    ประการแรก ประธานโครงการเป็นใคร มีชื่อเสียงมากน้อยแค่ไหน สำหรับที่ผมได้เรียน กับ รศ.ดร.เสรี วงษ์ฆณฑา ประธานโครงการหลักสูตรการจัดการดุษฎีบัณฑิต ทำให้ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมได้รับความรู้<br />
      และสิ่งที่ท่านให้และดูแลตลอดหลักสูตร ผมเชื่อว่า รุ่นผมสุดยอดที่สุดแล้วในทัศนะผม<br />
   &#8230;ผมได้เรียนรู้ด้านการตลาดจากท่าน อจ. ซึ่งเป็นสุดยอดของเมืองไทย  (คนที่ จบ ป.เอก ด้านการตลาดจากเมืองนอก ยังสู้ท่านไม่ได้เลย)<br />
   &#8230;ทางหลักสูตร ได้นำ เราให้ได้ไปเพิ่มความรู้ &#8220;ด้านกลยุทธ และ การตลาด&#8221; ที่<br />
 Hass School of Business, UC Berkeley<br />
   &#8230;ผมยังได้มีโอกาส ไปศึกษาที่  University of Queensland อีกเกือบ  1 เดือน<br />
   ทั้งหมดนี้ คงหายากมากสำหรับการเรียน ป.เอก ในเมืองไทย<br />
  ประการที่สอง  ผมว่าทั้งหมดแล้วอยู่ที่ตัวเราครับ<br />
       เมื่อเราจบ ป.เอกมาแล้ว เราดำรงตนอย่างไร เช่น<br />
  &#8230;เราถูกสอนให้ออกมายื่นแถวหน้าของสังคม และชี้นำด้านองค์ความรู้ให้กับสังคมและประเทศชาติ<br />
  &#8230;เราต้องแตกต่างจากคนอื่น ในระดับเดียวกัน หรือ เหนือกว่า โดยชนะด้วยความรู้อย่างสร้างสรรค์  และยอมไม่ได้ทางวิชาการที่จะ นำเสนออะไรก็ตาม ที่ไม่ถูกต้อง<br />
  &#8230;จะต้องมีผลงานอย่างต่อเนื่อง และ ล้ำหน้าอยู่ตลอดเวลา ในสิ่งที่คิด ทำ หรือ นำเสนอความคิดเห็นใด ๆ ก็ตาม</p>
<p>2.การเรียน ป.เอก มหา&#8217;ลัย รัฐ กับเอกชนต่างกันอย่างไร<br />
  อย่างแรก ถ้าเรียน มหา&#8217;ลัยรัฐ จะดีตรงที่ หลักสูตรถ้าได้การรับรองมาตรฐาน จะเทียบและตีค่าวุฒิโดยอัตโนมัติ จาก สำนักงาน กพ.<br />
   ถ้า ม.เอกชน หาก ยังไม่มี น.ศ.จบ  จะได้รับรองเฉพาะหลักสูตร แต่การตีค่าวุฒิ ต้องให้ สำนักงาน กพ.มาตีค่าภายหลัง อาจจะมากน้อยแล้วแต่ รุ่นแรกที่จบว่า &#8220;กึ๋น&#8221; ดีแค่ไหน</p>
<p>3.การเรียน ป.เอก ในบ้านเรามี 2 แบบด้วยกันคือ<br />
  แบบแรก เน้นการเรียน และการทำ Dissertation ซึ่งมีข้อดีคือได้มาทบทวนความรู้และเสริม<br />
สิ่งใหม่ ๆ ให้ทันกับวิทยาการด้านความรู้ในสาขาที่เรียน  2-3 ปีจบ<br />
  แบบสอง เน้นวิจัยอย่างเดียว คือ มุ่งการทำวิจัย หรือ dissertation เพื่อจบ ลักษณะนี้ต้องคนที่มีพื้นฐานด้านวิจัยเข้มแข็ง คือ ป.โท ทำวิทยานิพนธ์ และ หลังจากจบ ได้ทำงานวิจัยมาตลอด ถ้ามาเรียนต่อจะดีเลย กี่ปีจบไม่แน่นอน แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี</p>
<p>  -ถ้าเรียน ป.โท แบบไม่ทำวิจัย มาเรียนทั้งแบบ แรก หรือ แบบที่สอง โอกาสจบอยู่ที่ต้องขยันด้านวิจัยมาก(ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย) ถ้าทำได้ก็จะจบได้ใน 3 ปี<br />
  -ถ้าพื้นวิจัยไม่มีเลยไปเรียนแบบ สอง โอกาสจบยาก และจะต้องถูกให้เรียน สถิติ และวิจัยเพิ่มซึ่งไม่ช่วยมากนักเพราะจะไม่จบก็ที่ให้เรียนเพิ่มนี่ละครับ (เกิดขึ้นมาแล้ว สำหรับมหา&#8217;ลัย ที่เปิด ป.เอก แบบนี้โดยที่หลายคนเข้าใจว่า ไม่ต้องเรียนอะไร ทำวิจัยอย่างเดียว น่าจะดี -ไม่จบจบ เกิน 50% ครับ)<br />
  แต่ถ้าพื้นฐานดี ทั้งด้านการวิจัย และ สาขาความรู้ที่จะเรียนเช่น การจัดการธุรกิจ โอกาสจบสูง<br />
  -ป.เอก ..จบ หรือ ไม่จบอยู่ที่ 2-3 คน ครับ คือ 1. ผอ.หลักสูตร(ไม่สามารถเลือกได้) และ อ.ที่ปรึกษา ถ้าเลือกผิด โดยเฉพาะที่ปรึกษาและ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่จบมานักต่อนักแล้ว<br />
   &#8220;เนื่องจากต้องการโชว์ออฟ ว่าเก่งเราเลย &#8220;ซวย&#8221; มาตีเราในตอนสอบตัวเล่ม Dissertation &#8221;</p>
<p>4.คำถามข้อ3 อยู่ที่ตัวเราครับ เด่น ดัง แค่ไหน ถ้ามีชื่อมาก่อน ก็สบายหายห่วงไม่ต้องแย่งกับใคร เพราะมีแต่คนอยากได้</p>
<p>5.ค่าเรียนโดยเฉลี่ย ผมว่าตลอดหลักสูตรน่าจะประมาณ 1.5 ล้าน บาท (3 ปี)</p>
<p> สำหรับ ท่านแล้วผมว่า พื้นฐานน่าจะ OK. นะครับ<br />
เพียงแต่ไม่ทราบอายุเท่านั้น  อายุน้อย จะดีครับ เช่น อายุ 35 ปี เพราะ  ความจำยังดีอยู่ แต่ อายุ 50 ปี ไปแล้ว ความจำจะดูช้าลง แรงสู้ก็จะน้อย</p>
<p>ดร.ดนัย  เทียนพุฒ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on การจัดการดุษฎีบัณฑิต : Blue Ocean ของ ม.ราชภัฏสวนดุสิต by น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์</title>
		<link>http://y5marketing.wordpress.com/2008/01/21/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-blue-ocean/#comment-13</link>
		<dc:creator>น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2008 05:32:33 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://y5marketing.wordpress.com/2008/01/21/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95-blue-ocean/#comment-13</guid>
		<description>ก่อนอื่นอยากเรียนให้อาจารย์ทราบว่า ผมชอบอ่านความรู้ใน website ของท่านมาก.
สำหรับเรื่องหลักสูตร ป.เอก ของ รชพ.ดุสิต ก็น่าสนใจมากครับเท่าที่อาจารย์เขียน Comment มา เพราะผมสนใจการศึกษาทางด้าน การบริหารหรือการจัดการทุกชนิดอยู่แล้ว ถ้าอาจารย์พอมีเวลาตอบ ผมขอเรียนถามความคิดเห็นของอาจารย์เพิ่มเติมดังนี้ครับ
1. ศักดิ์ศรีและการยอมรับ ป.เอกในเมืองไทยได้รับการยอมรับมากแค่ไหนครับ โดยเฉพาะ ม.เอกชนและ รชพ ต่างๆในบ้านเรา
2. โอกาสจะจบการศึกษาและจำนวนปีที่ต้องศึกษาโดยเฉลี่ยเป็นเท่าไหร่ครับ
3. จบแล้วโอกาสในการหางานพิเศษทำเช่น การบรรยายหรืองานที่ปรึกษา มีบ้างไหมครับ ผมเคยบรรยายใน ม.และ รร.หรือหน่วยงานมาพอสมควร และรับปรึกษาธุรกิจ มาบ้าง
4. ค่าศึกษาตลอดหลักสูตร รวมทุกอย่างที่ต้องใช้จ่ายเป็นเท่าไหร่ครับโดยเฉลี่ย

ประวัติการศึกษาของผมโดยย่อมีดังนี้ครับ
1. ป.ตรี  โรงเรียนนายเรืออากาศ  วิศวกรรมโยธา
2. ป.โท  ม.เกษตรศาสตร์   บริหารธุรกิจ  เอก การจัดการ(3.78)
3. Air command snd staff college  Air university, USA  เทียบ Master of Military Science
4. Academic Instructor School  Maxwell AFB,USA

ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอบ่างสูง
น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์
หัวหน้ากองวิชาเหล่าและยุทธวิธี
โรงเรียนนายเรืออากาศ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนอื่นอยากเรียนให้อาจารย์ทราบว่า ผมชอบอ่านความรู้ใน website ของท่านมาก.<br />
สำหรับเรื่องหลักสูตร ป.เอก ของ รชพ.ดุสิต ก็น่าสนใจมากครับเท่าที่อาจารย์เขียน Comment มา เพราะผมสนใจการศึกษาทางด้าน การบริหารหรือการจัดการทุกชนิดอยู่แล้ว ถ้าอาจารย์พอมีเวลาตอบ ผมขอเรียนถามความคิดเห็นของอาจารย์เพิ่มเติมดังนี้ครับ<br />
1. ศักดิ์ศรีและการยอมรับ ป.เอกในเมืองไทยได้รับการยอมรับมากแค่ไหนครับ โดยเฉพาะ ม.เอกชนและ รชพ ต่างๆในบ้านเรา<br />
2. โอกาสจะจบการศึกษาและจำนวนปีที่ต้องศึกษาโดยเฉลี่ยเป็นเท่าไหร่ครับ<br />
3. จบแล้วโอกาสในการหางานพิเศษทำเช่น การบรรยายหรืองานที่ปรึกษา มีบ้างไหมครับ ผมเคยบรรยายใน ม.และ รร.หรือหน่วยงานมาพอสมควร และรับปรึกษาธุรกิจ มาบ้าง<br />
4. ค่าศึกษาตลอดหลักสูตร รวมทุกอย่างที่ต้องใช้จ่ายเป็นเท่าไหร่ครับโดยเฉลี่ย</p>
<p>ประวัติการศึกษาของผมโดยย่อมีดังนี้ครับ<br />
1. ป.ตรี  โรงเรียนนายเรืออากาศ  วิศวกรรมโยธา<br />
2. ป.โท  ม.เกษตรศาสตร์   บริหารธุรกิจ  เอก การจัดการ(3.78)<br />
3. Air command snd staff college  Air university, USA  เทียบ Master of Military Science<br />
4. Academic Instructor School  Maxwell AFB,USA</p>
<p>ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอบ่างสูง<br />
น.อ.วชิระ เริงฤทธิ์<br />
หัวหน้ากองวิชาเหล่าและยุทธวิธี<br />
โรงเรียนนายเรืออากาศ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on Hello world! by Mr WordPress</title>
		<link>http://y5marketing.wordpress.com/2008/01/24/hello-world/#comment-1</link>
		<dc:creator>Mr WordPress</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jan 2008 09:32:31 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">#comment-1</guid>
		<description>Hi, this is a comment.&lt;br /&gt;To delete a comment, just log in, and view the posts' comments, there you will have the option to edit or delete them.</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>Hi, this is a comment.<br />To delete a comment, just log in, and view the posts&#8217; comments, there you will have the option to edit or delete them.</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
